เที่ยวเอง Sapporo Otaru Furano Biei Hakodate 7 วัน 6 คืน: แพลนทริปข้ามเมือง Hokkaido พร้อม eSIM
เที่ยว Hokkaido หน้าร้อน ทำไมต้องแบ่งเป็นโซนกลางกับโซนใต้
ถ้าคุณกำลังวางแผน เที่ยวเอง Sapporo Otaru Furano Biei Hakodate แบบ 7 วัน 6 คืน สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ Hokkaido กว้างกว่าที่คิดมาก จุดเด่นสองฝั่งอยู่คนละทิศ ทุ่งลาเวนเดอร์ Furano กับ Biei อยู่โซนกลาง (Dō-ō) ส่วน Hakodate อยู่ปลายใต้สุดของเกาะ (Dō-nan) สองที่นี้ห่างกันเกินกว่าจะวิ่งจบในวันเดียว
เพราะแบบนี้ น้องดาวเลยแนะนำให้ใช้ Sapporo เป็นศูนย์กลาง แล้วแยกทริปออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกบุกขึ้นเหนือไปทุ่งดอกไม้ ช่วงหลังวิ่งลงใต้ไป Hakodate โดยมี Sapporo เป็นจุดหมุนกลับ จัดแบบนี้จะไม่ต้องลากกระเป๋าย้อนไปย้อนมาทั้งเกาะ
จุดขายที่สุดของหน้าร้อนคือลาเวนเดอร์ ทุ่งสีม่วงที่ Furano กับ Biei บานเต็มที่แค่ช่วงสั้น ๆ กลางฤดูร้อนเท่านั้น ใครมาถูกจังหวะถือว่าได้ภาพที่หาดูได้ปีละครั้ง ส่วนช่วงเวลาที่ดีที่สุดเดี๋ยวเล่าให้ฟังด้านล่าง
ตารางทริป 7 วัน 6 คืน: ต่อ Sapporo Otaru Furano Hakodate แบบนี้ลื่นที่สุด
หลักการจัดง่าย ๆ คือ Otaru อยู่ใกล้ Sapporo มาก จับไว้ช่วงต้นพร้อมเที่ยวเมือง Sapporo เก็บทุ่งลาเวนเดอร์ Furano กับ Biei เป็นช่วงกลาง แล้ววิ่งกลับ Sapporo เพื่อนั่งรถไฟยาวลงใต้ไป Hakodate ในช่วงท้าย ทุกขาออกตัดจาก Sapporo จะคุมเวลาง่ายที่สุด
| วัน | ไฮไลต์เส้นทาง | โซนที่พัก |
|---|---|---|
| Day 1 | ถึง New Chitose Airport เข้าเมือง Sapporo (Odori Park, Susukino, Tanukikoji, ข้าวหน้าซีฟู้ดที่ Nijo Market) | Sapporo |
| Day 2 | เที่ยวรอบ Sapporo (Shiroi Koibito Park, จุดชมวิว JR Tower T38, จิงกิสข่านย่างเนื้อแกะ) | Sapporo |
| Day 3 | เที่ยว Otaru ทั้งวัน (Otaru Canal, Sakaimachi, Kitaichi Glass, พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี, วิวกลางคืน Mount Tengu) | Sapporo / Otaru |
| Day 4 | นั่ง Furano Lavender Express จาก Sapporo ขึ้น Kamifurano (Farm Tomita, ทุ่ง Lavender East) | Furano / Asahikawa |
| Day 5 | Biei Patchwork Road, Blue Pond (Aoiike), Shikisai-no-Oka แล้วบ่ายดึงกลับ Sapporo | Sapporo |
| Day 6 | นั่ง Limited Express Hokuto จาก Sapporo ลง Hakodate ชมวิวกลางคืน Mount Hakodate | Hakodate |
| Day 7 | Hakodate Morning Market, Goryokaku, ถนนลาดเนินย่าน Motomachi แล้วเดินทางกลับ | — |
Sapporo กับ Otaru: คลอง ตลาดเช้า และวิวกลางคืน
เริ่มที่ Sapporo เมืองหลวงของเกาะ ใจกลางคือ Odori Park สวนยาวที่พาดผ่านกลางเมือง เดินเล่นได้สบาย ๆ ตกเย็นเข้า Tanukikoji อาเขตช้อปปิงมีหลังคา แล้วต่อย่านกินดื่ม Susukino ใครชอบของกิน Nijo Market มีข้าวหน้าซีฟู้ดสด ๆ ปูทะเลกับไข่หอยเม่นจัดเต็ม อีกที่ที่ไม่ควรพลาดคือ Shiroi Koibito Park สวนช็อกโกแลตธีมยุโรปที่ถ่ายรูปสวยทั้งวัน
วันถัดมานั่งรถไฟราว 33 นาทีไป Otaru เมืองท่าเก่าที่มีเสน่ห์คนละแบบ ไฮไลต์คือ Otaru Canal ที่สวยที่สุดตอนพระอาทิตย์ตก โคมไฟแก๊สริมคลองค่อย ๆ ติดทีละดวง เดินต่อเข้าถนน Sakaimachi แวะร้านเครื่องแก้ว Kitaichi Glass และพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ก่อนจะปิดท้ายด้วยวิวกลางคืนจาก Mount Tengu ที่มองเห็นเมืองทั้งเมือง มาถึง Otaru แล้วต้องลองปูทะเลตัวใหญ่สักมื้อ
Furano กับ Biei: ฤดูลาเวนเดอร์และบ่อน้ำสีฟ้า
นี่คือเหตุผลหลักที่คนเลือกมา Hokkaido หน้าร้อน ที่ Furano ทุ่งลาเวนเดอร์ของ Farm Tomita เรียงตัวกับกำแพงอิฐแดงเป็นภาพคลาสสิก ส่วนทุ่งที่ใหญ่ที่สุดคือ Lavender East ที่ Kamifurano ซึ่งเปิดเฉพาะกาล วันที่ 20 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม 2026 เท่านั้น และเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
เรื่องช่วงเวลาต้องวางแผนดี ๆ ลาเวนเดอร์เริ่มบานช่วงปลายมิถุนายน บานเต็มที่สวยที่สุดกลางถึงปลายกรกฎาคม ส่วนต้นสิงหาคมยังพอชมได้แต่บานช้ากว่า ถ้าอยากได้ภาพทุ่งเต็มสีให้เล็งกลางกรกฎาคม แต่ถ้าไม่อยากเจอคนเยอะ ปลายมิถุนายนกับกลางสิงหาคมจะโล่งกว่า
ขยับมาที่ Biei อีกฝั่ง จุดที่ดังที่สุดคือ Blue Pond (Aoiike) บ่อน้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เปลี่ยนเฉดตามแสง ต่อด้วย Shikisai-no-Oka ทุ่งดอกไม้หลากสีไล่ตามเนินเขา และวิ่งรถผ่าน Patchwork Road เส้นทางทุ่งนาที่ตัดกันเป็นลายผ้าปะติด เป็นวันที่ได้ภาพสวยแบบไม่ต้องปรุงแต่ง
รถไฟท่องเที่ยวฤดูร้อนเท่านั้น: Lavender Express กับ Norokko
หน้าร้อนมีรถไฟพิเศษที่วิ่งเฉพาะฤดู คุ้มที่จะวางทริปให้ตรง Furano Lavender Express วิ่งตรงจาก Sapporo ถึง Furano ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ปี 2026 ให้บริการเสาร์อาทิตย์และวันหยุดช่วง 6 มิถุนายน ถึง 23 กันยายน และวิ่งทุกวันช่วง 13 มิถุนายน ถึง 11 สิงหาคม จองที่นั่งล่วงหน้าจะอุ่นใจกว่า
อีกขบวนคือ Furano Biei Norokko Train รถไฟท่องเที่ยวที่จะจอดป้ายชั่วคราวกลางทุ่งลาเวนเดอร์ให้ลงถ่ายรูป วิ่งเฉพาะหน้าร้อนเหมือนกัน ความน่าสนใจคือขบวนนี้ให้บริการมา 26 ปีแล้ว
⚠️ โน้ตไว้เลย
Furano Biei Norokko Train จะปลดประจำการถาวรปลายปี 2026 หลังวิ่งครบ 26 ปี แปลว่าหน้าร้อน 2026 คือฤดูสุดท้ายที่ยังได้ขึ้นขบวนนี้ ใครอยากเก็บประสบการณ์รถไฟชมทุ่งลาเวนเดอร์ ปีนี้คือโอกาสสุดท้าย
Hakodate: วิวกลางคืนบนยอดเขาและถนนลาดเนิน Motomachi
ลงใต้มาถึง Hakodate ไฮไลต์อันดับหนึ่งคือวิวกลางคืนจาก Mount Hakodate ที่ได้ดาวมิชลินสามดาว แสงไฟของเมืองที่คอดเป็นเอวกิ่วระหว่างทะเลสองฝั่งสวยจนต้องหยุดมอง อีกจุดคือหอคอย Goryokaku Tower ที่มองลงไปเห็นป้อมรูปดาวห้าแฉก ซึ่งได้สองดาวมิชลินเช่นกัน
ช่วงกลางวันเดินเล่นย่าน Motomachi ที่มีกลุ่มโบสถ์สไตล์ตะวันตกและถนนลาดเนิน Hachiman-zaka ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในถนนลาดเนินที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น มองตรงลงไปสุดเนินเจอท่าเรือพอดี ส่วนเรื่องกินต้องเริ่มเช้าที่ Hakodate Morning Market กับข้าวหน้าซีฟู้ด และอย่าลืมแวะ Lucky Pierrot เบอร์เกอร์ตัวตลกประจำเมืองที่หากินได้แค่ที่นี่
เดินเล่นต่อที่โกดังอิฐแดง Kanemori Red Brick Warehouse ริมอ่าว เป็นจุดปิดทริปที่ลงตัวก่อนเดินทางกลับ
เที่ยวแบบไม่ขับรถ: JR กับพาสรถไฟ
เส้นนี้ทั้งเส้นนั่ง JR ได้สบาย ไม่ต้องเช่ารถ จุดสำคัญคือเลือกพาสให้คุ้มและจองที่นั่งให้ทัน
| ช่วงเส้นทาง | ขบวน | เวลา / ค่าโดยสาร | พาสที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| Sapporo ⇄ Otaru | JR Hakodate Line รถด่วน Rapid Airport | ราว 33 นาที / ราว 750 เยน | JR Hokkaido Rail Pass |
| Sapporo → Furano | Furano Lavender Express (วิ่งตรง หน้าร้อน) | ราว 2 ชั่วโมง | JR Hokkaido Rail Pass |
| Furano ⇄ Biei | Furano Biei Norokko Train (รถไฟท่องเที่ยว) | ต้องจองที่นั่งล่วงหน้า | JR Hokkaido Rail Pass (ปลดปลายปี 2026) |
| Sapporo → Hakodate | Limited Express Hokuto | ราว 3.5 ชั่วโมง | JR Hokkaido Rail Pass |
⚠️ เรื่องพาสต้องรู้
JR Hokkaido Rail Pass แบบต่อเนื่อง 5 วัน 22,000 เยน / 7 วัน 28,000 เยน / 10 วัน 37,000 เยน (ราคาพรีออเดอร์หน้าเว็บ ซื้อที่สถานีบวกอีกราว 1,000 เยน) ครอบคลุม Sapporo / Otaru / Asahikawa / Furano / Hakodate รวมถึง Limited Express Hokuto และ Furano Lavender Express แต่ ไม่รวม Hokkaido Shinkansen และรถด่วน JR Hokkaido ส่วนใหญ่เป็นที่นั่งจองล่วงหน้าทั้งขบวน ต้องจองที่นั่งก่อนขึ้น
เน็ตที่ Hokkaido: เครือข่ายท้องถิ่นไม่อั้น vs โรมมิ่งไม่อั้น เลือกยังไง
Hokkaido ระยะข้ามเมืองไกล แถมโซน Furano กับ Biei เป็นชนบทและพื้นที่ภูเขา ทั้งนำทางและอัปรูปทุ่งดอกไม้ล้วนต้องพึ่งเน็ตที่นิ่ง น้องดาวเลยอยากให้เทียบสองแบบนี้ก่อนตัดสินใจ ทั้ง เครือข่ายท้องถิ่น (local breakout) กับ โรมมิ่ง (roaming) ต่างก็เป็นแบบไม่อั้นตลอดทริป เลือกตามการใช้งานได้เลย
| หัวข้อเทียบ | ญี่ปุ่นเครือข่ายท้องถิ่นไม่อั้น | ญี่ปุ่นโรมมิ่งไม่อั้น |
|---|---|---|
| เส้นทางสัญญาณ | ต่อตรงเครือข่ายในญี่ปุ่น (เครือข่ายท้องถิ่น) | ออกผ่านเกตเวย์ต่างประเทศ (โรมมิ่ง) |
| ประสบการณ์ความเร็ว | รุ่นเต็มสปีดทำได้ดี และมีรุ่นจำกัด 10Mbps ให้เลือกตามงบ | ไม่อั้นตลอด ความเร็วขึ้นกับเกตเวย์ |
| ความยากในการตั้งค่า | สแกน QR ติดตั้ง ตั้งค่าเสร็จใช้ได้เลย | เปิดใช้ไว รองรับเครื่องหลากหลายรุ่น |
| เหมาะกับใคร | คนนำทาง / อัปโหลด / ดูคลิปหนัก อยากใช้เน็ตท้องถิ่นญี่ปุ่น | ใช้งานเบาถึงปานกลาง เครื่องรุ่นเก่า หรือเน้นประหยัดงบ |
ถ้าทริปนี้ของคุณนำทางทั้งวันและอัปรูปทุ่งลาเวนเดอร์บ่อย น้องดาวแนะนำ แพ็กญี่ปุ่นเครือข่ายท้องถิ่นไม่อั้น เพราะวิ่งบนเครือข่ายในญี่ปุ่นโดยตรง แต่ถ้าใช้เน็ตไม่หนักมาก ถือเครื่องรุ่นเก่า หรืออยากคุมงบ แพ็กญี่ปุ่นโรมมิ่งไม่อั้น ก็เปิดใช้ง่ายและคุ้ม อยากดูแพ็กทั้งหมดเทียบกันเองดูได้ที่ หน้ารวมแพ็ก eSIM ญี่ปุ่น ส่วนใครยังลังเลระหว่างรุ่นเต็มสปีดกับรุ่นจำกัด 10Mbps เราอธิบายไว้ละเอียดใน บทความเทียบรุ่นเต็มสปีดกับรุ่น 10Mbps
จัดเน็ตให้จบก่อนออกเดินทาง แล้ว Hokkaido จะวิ่งได้แบบสบายใจ
เส้น Sapporo Otaru Furano Biei Hakodate ใช้เวลาอยู่บนรถไฟข้ามเมืองนานพอตัว แถมโซนชนบทกับภูเขาต้องการสัญญาณที่นิ่ง เคล็ดลับคือจัดพาสรถไฟกับ eSIM ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนบิน พอล้อแตะ New Chitose Airport ก็เปิดแผนที่เช็กตารางรถไฟ จองที่นั่งขบวนถัดไป และส่งรูปทุ่งลาเวนเดอร์กลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาช่วงแรกของทริปไปหาเคาน์เตอร์ซิมที่สนามบิน