แพลนเที่ยวเกาะ Jeju 5 วัน 4 คืน รอบเกาะ: Seongsan Ilchulbong, Udo, Seogwipo พร้อม eSIM
ทำไมแพลนเที่ยวเกาะ Jeju แบบรอบเกาะถึงคุ้มที่จะจัดสักทริป?
ถ้าใครกำลังหา ทริปเที่ยวเกาะ Jeju แบบรอบเกาะ แล้วงงว่าจะเริ่มยังไงดี น้องดาวบอกเลยว่าจุดที่ทำให้ Jeju ต่างจากเมืองอื่นในเกาหลีคือ ที่นี่ไม่มีรถไฟใต้ดินและไม่มีรถไฟเลย ทุกอย่างต้องอาศัยบัส เรือเฟอร์รี่ และการขับรถวนต่อกันให้ครบทั้งสี่ทิศ เพราะฉะนั้นการวาง แพลนเที่ยวเกาะ Jeju แบบรอบเกาะ 5 วัน 4 คืนถึงลงตัวที่สุด จะวนตามเข็มหรือทวนเข็มก็ได้ แต่ในบทความนี้น้องดาวเลือกวนทวนเข็มนาฬิกา ไล่จากตะวันออก ลงใต้ แล้วไปจบที่ตะวันตก
วนรอบเดียวคุณจะได้เก็บครบทั้งปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchulbong, นั่งเฟอร์รี่ข้ามไปเกาะ Udo, น้ำตกและเสาหินบะซอลต์ที่ Seogwipo ฝั่งใต้ ไปจนถึงหาดสีมรกตที่ Hyeopjae Beach และพระอาทิตย์ตกหลังเกาะ Biyangdo ทางตะวันตก ส่วนใครที่ตั้งใจจะพิชิตยอด Hallasan น้องดาวแนะนำให้ขยายเป็น 6 วัน แล้วกันไว้หนึ่งวันเต็มสำหรับเส้น Seongpanak หรือ Eorimok-Yeongsil โดยเฉพาะ เพราะเดินไป-กลับวันเดียวกินเวลาราว 8-10 ชั่วโมง
ตารางทริป 5 วัน 4 คืน: แบ่งเส้นทางทวนเข็ม ตะวันออก-ใต้-ตะวันตก
เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนลงรายละเอียดแต่ละจุด น้องดาวสรุป แพลนเที่ยวเกาะ Jeju แบบรอบเกาะ ทั้งห้าวันเป็นตารางให้เลย จะได้กะที่พักแต่ละคืนถูก ไม่ต้องลากกระเป๋าย้อนไปย้อนมา
| วัน | ไฮไลต์เส้นทาง | โซนที่พัก |
|---|---|---|
| Day 1 | ถึง Jeju International Airport → ตัวเมือง Jeju City (Dongmun Market, ถนนซากุระ Jeonnong-ro) | ฝั่งตะวันออก |
| Day 2 | ฝั่งตะวันออกหนึ่งวัน: Seongsan Ilchulbong + Seopjikoji + วันเดย์ทริปนั่งเฟอร์รี่ไป Udo | Seongsan / Seogwipo |
| Day 3 | ฝั่งใต้ Seogwipo หนึ่งวัน: น้ำตก Cheonjiyeon / Jeongbang, Olle Market, เสาหินบะซอลต์ Daepo Jusangjeolli, Jungmun Resort | Seogwipo |
| Day 4 | ฝั่งตะวันตกหนึ่งวัน: Hyeopjae Beach, Hanrim Park, Biyangdo, Aewol Cafe Street แล้วเย็นกลับเข้าตัวเมือง Jeju | ตัวเมือง Jeju |
| Day 5 | วันยืดหยุ่น / เก็บตกในเมืองก่อนบินกลับ (ใครจะพิชิต Hallasan ขยายเป็น 6 วัน กันไว้หนึ่งวันเดินเขา) | — |
เหตุผลที่น้องดาวจัดให้นอนฝั่งตะวันออกตั้งแต่คืนแรก ก็เพราะเช้า Day 2 จะได้ตื่นมาขึ้น Seongsan Ilchulbong ดูปล่องภูเขาไฟตั้งแต่แดดยังนุ่ม ๆ ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งข้ามเกาะตอนเช้ามืด
ฝั่งตะวันออก: Seongsan Ilchulbong, Seopjikoji และวันเดย์ทริปเรือไป Udo
Seongsan Ilchulbong (ที่อยู่ Seongsan-eup, Ilchul-ro 284-12) เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO เกิดจากปล่องภูเขาไฟใต้ทะเลความสูงราว 180 เมตร เดินขึ้นทางเดินชันถึงยอดใช้เวลาขาเดียวประมาณ 30 นาที แล้วจะเห็นปากปล่องเต็ม ๆ ส่วนด้านล่างริมทะเล Soemeori Oreum พอถึงฤดูใบไม้ผลิจะมีทุ่งดอกคาโนล่าเหลืองอร่ามตัดกับทะเลสีน้ำเงิน ใครมีเวลาเหลือเดินต่อไปดูการแสดงของฮันยอ (นักดำน้ำหญิง) และทุ่งหญ้ากับประภาคารขาวที่ Seopjikoji ได้ ที่นี่เคยเป็นฉากซีรีส์เกาหลีเรื่อง All In ด้วย
พอเก็บฝั่ง Seongsan เสร็จ ก็ไปต่อ Udo กันเลย น้องดาวแนะนำว่านั่งเฟอร์รี่จากท่าเรือ Seongsan Port ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีถึงท่า Cheonjin Port หรือท่าฮาอูม็อกดง ตั๋วผู้ใหญ่ไป-กลับ 10,500 won (เด็กประถม 3,800 won, เด็ก 2-7 ขวบ 3,000 won) เรือออกทุกครึ่งชั่วโมง บนเกาะถ้าจะเช่ารถสามล้อไฟฟ้าต้องพกใบขับขี่สากลไปด้วย หรือจะขึ้นบัสนำเที่ยววนรอบเกาะก็ได้ (ผู้ใหญ่ 8,000 won วิ่งสลับทิศตามวันคู่-วันคี่)
จุดห้ามพลาดบน Udo คือ Soemeori Oreum (ยอดหัววัว), หาดทรายปะการังขาว Seobin White Sand Beach และหาดทรายดำ ส่วนของกินขึ้นชื่อต้องลองไอศกรีมถั่วลิสงและมักกอลลีถั่วลิสง รสชาติแบบนี้หากินที่อื่นยาก
ฝั่งใต้ Seogwipo: น้ำตก ตลาด Olle และแนวเสาหินบะซอลต์
Day 3 เราย้ายลงใต้มาที่ Seogwipo ซึ่งเป็นโซนที่น้องดาวว่าคุ้มสุดในแง่ความหลากหลาย เริ่มจากน้ำตก Cheonjiyeon ที่ตอนกลางคืนจะเปิดไฟส่องสวยมาก ส่วนน้ำตก Jeongbang เป็นน้ำตกที่หาดูยากในเอเชีย เพราะน้ำตกลงสู่ทะเลโดยตรง ความสูงราว 23 เมตร
เที่ยงแวะ Olle Market ของ Seogwipo ของต้องกินคือหมูดำย่าง ปลาดาบต้มเผ็ดแบบไม่มีก้าน และช็อกโกแลตรสส้ม จากนั้นไปต่อแนวเสาหินบะซอลต์ที่ชายฝั่ง Daepo Jusangjeolli Cliff เป็นเสาหินบะซอลต์หกเหลี่ยมสูงสุดราว 20 เมตร เรียงตัวกันริมทะเลแบบที่ธรรมชาติเซตให้เป๊ะมาก ใครยังมีแรงเดินต่อไป Jungmun Resort ได้อีกนิดเดียว
ฝั่งตะวันตกกับ Hallasan: Hyeopjae Beach, Hanrim Park และเส้นทางพิชิตยอด
Day 4 มาปิดท้ายฝั่งตะวันตก ไฮไลต์คือ Hyeopjae Beach (ที่อยู่ Hanrim-eup, Hanrim-ro 329-10) น้ำตื้นสีเขียวมรกตกับหาดทรายขาวจากเปลือกหอย มีแนวป่าสนให้ร่มเงา เหมาะพาเด็ก ๆ มาเล่น ตรงหน้าหาดมีเกาะ Biyangdo ที่รูปทรงเหมือนภาพงูเหลือมกลืนช้างในเรื่องเจ้าชายน้อย พอแดดเย็นเงาเกาะสะท้อนผิวน้ำกลายเป็นภาพซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องถ่าย เดินจากหาดถึง Hanrim Park ได้สบาย ข้างในมีสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนกับถ้ำ Hyeopjae / Ssangyong และอย่าลืมแวะคาเฟ่ที่ Aewol Cafe Street ก่อนกลับเข้าเมือง
อยากพิชิตยอด Hallasan ต้องเตรียมตัวยังไง
Hallasan สูง 1,950 เมตร มีแค่สองเส้นที่เดินขึ้นถึงยอดได้คือ Seongpanak Trail (9.6 กม.) และ Gwaneumsa Trail (8.7 กม.) ทั้งสองเส้นต้องจองล่วงหน้าออนไลน์ที่ visithalla.jeju.go.kr (หนึ่งสัปดาห์ยื่นจองได้แค่หนึ่งวัน วันละไม่เกิน 3 ที่นั่ง) ส่วนใครไม่เน้นถึงยอด เส้น Eorimok (6.8 กม.) + Yeongsil (5.8 กม.) รวมราว 12.6 กม. ไม่ต้องจองล่วงหน้า ขึ้นชื่อว่าเดินสบายที่สุดแต่ไม่ถึงยอด
⚠️ เตือนก่อนขึ้นเขา
เส้น Seongpanak ฤดูหนาว (พ.ย.-ก.พ.) เปิดให้เข้าเขา 6:00-9:00 น. ส่วนฤดูใบไม้ผลิ/ใบไม้ร่วง (มี.ค./เม.ย./ก.ย./ต.ค.) เปิด 5:30-9:30 น. ต้องไปแต่เช้าจริง ๆ การเดินทางไปจุดเริ่ม Seongpanak ขึ้นรถสาย 516 จากสถานีขนส่งระหว่างเมือง Jeju ใช้เวลาราว 40 นาที
การเดินทางและตั๋ว: เกาะไม่มีรถไฟใต้ดิน เคลื่อนที่ยังไง T-money / WOWPASS ขาดไม่ได้
เรื่องเดินทางบน Jeju น้องดาวขอเตือนไว้ก่อนว่ารถบัสที่นี่ไม่รับเงินสด ฉะนั้นบัตรเติมเงินอย่าง T-money หรือ WOWPASS ที่รวม T-money เข้าไปแล้วถือว่าจำเป็นมาก สรุปเส้นทางหลัก ๆ ไว้ในตารางให้แล้ว
| ช่วงเดินทาง | พาหนะ | เวลา / ค่าโดยสาร | ตั๋วที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| สนามบิน → ตัวเมือง / Seogwipo | บัสสนามบินสาย 600 (ผ่าน Jungmun Resort) | มีประกาศภาษาจีน คนนิยมนั่งที่สุด | T-money / WOWPASS |
| ข้ามโซน (ด่วน) | บัสด่วน (ขึ้นต้นเลข 1) | ข้ามโซนราว 1 ชั่วโมง ₩2,000-4,000 | T-money / WOWPASS |
| สายหลัก / สายย่อยในเมือง | สายหลัก (2/3/5) / สายย่อย (4/6/7) | ราคาเดียว 1,200 won (แตะบัตรลด 50 won, ต่อรถฟรี 2 ครั้งใน 40 นาที) | T-money / WOWPASS |
| บัสนำเที่ยวรอบเกาะ | บัสนำเที่ยวขึ้นต้นเลข 8 (ตะวันออก 810 / ตะวันตก 820) | ตั๋ววันผู้ใหญ่ ₩12,000, เที่ยวเดียว ₩5,000 | ตั๋ววันบัสนำเที่ยว |
| Seongsan Port ↔ Udo | เรือเฟอร์รี่ | ราว 15 นาที ผู้ใหญ่ไป-กลับ 10,500 won ออกทุกครึ่งชั่วโมง | ซื้อตั๋วหน้าท่า |
| จุดเริ่มเดิน Seongpanak | สาย 516 จากสถานีขนส่งระหว่างเมือง | ราว 40 นาที | T-money / WOWPASS |
| ขับรถรอบเกาะ | เช่ารถ | วนรอบราว 6 ชั่วโมง ค่าเช่าวันละราว 800-1,500 บาท | ใบขับขี่สากล |
⚠️ เตือน
รถบัสบน Jeju ไม่รับเงินสด ต้องเตรียม T-money หรือ WOWPASS ที่รวม T-money ไว้ และบัสทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีประกาศชื่อป้ายเป็นภาษาอังกฤษ/จีน แนะนำให้โหลด Naver Map หรือ KakaoMap ไว้เช็กตำแหน่งแบบเรียลไทม์ ส่วนใครจะเช่ารถสามล้อไฟฟ้าบน Udo อย่าลืมพกใบขับขี่สากล
ถ้าใครยังลังเลว่าจะใช้บัตรไหนหรือต่อบัสยังไง ลองใช้ Naver Map กับ KakaoMap คู่กัน เพราะแอปแผนที่ฝั่งเกาหลีอัปเดตเส้นบัสได้แม่นกว่า Google Maps เยอะ
ช่วงไหนของปีน่าไปที่สุด
ไฮไลต์ใหญ่สุดอยู่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน คาดการณ์ซากุระ Jeju ปี 2026 เริ่มบาน 22 มี.ค. และบานเต็มที่ 27-29 มี.ค. (เป็นหนึ่งในจุดที่ดอกไม้บานเร็วที่สุดของเกาหลี) อุโมงค์ซากุระคิงเชอร์รีที่ Jeonnong-ro ในเมือง Jeju ยาวราว 1.2 กม. และเทศกาลซากุระ Jeonnong-ro ปี 2026 จัดสามวัน 27-29 มี.ค. มีโคมแดง-น้ำเงินแขวนตลอดทาง
ช่วงเดียวกันดอกคาโนล่าก็บานพอดี ตีนเขา Seongsan Ilchulbong แถบ Soemeori Oreum กับเส้นกาชีรี/นกซันโรทางใต้คือจุดถ่าย "ดอกคาโนล่าเหลือง + ซากุระชมพู + ทะเลน้ำเงิน" ในเฟรมเดียว (ดอกคาโนล่าตีน Seongsan Ilchulbong เริ่มบานประปรายตั้งแต่ปลายพฤศจิกายน ยาวได้ถึงปลายมีนาคมปีถัดไป) ส่วนฤดูร้อน (พ.ค.-ส.ค.) หาดอย่าง Hyeopjae และ Woljeong-ri เปิดให้ลงเล่นน้ำ เรือไป Udo ก็ขยายเที่ยวสุดท้ายถึงราว 18:00 น. ใบไม้ร่วงมีใบแดงบน Hallasan ส่วนหน้าหนาวมีต้นไม้เคลือบน้ำแข็งกับพระอาทิตย์ขึ้นที่ Seongsan Ilchulbong เป็นของจำกัดฤดู
เน็ตในเกาหลี: ตัวเลือกแบบไม่อั้น เครือข่ายท้องถิ่น vs โรมมิ่ง เลือกยังไง
ทริปนี้ต้องวิ่งข้ามเมืองข้ามโซนทั้งวัน เช็กเส้นบัส เปิดแผนที่นำทาง หาร้านอาหาร แล้วก็อัปรูปไปด้วยเกือบตลอดทาง เพราะฉะนั้นเน็ตต้องนิ่ง น้องดาวแนะนำให้ใช้แบบไม่อั้น (ไม่จำกัดปริมาณตลอดทริป) แล้วเลือกหนึ่งในสองตามการใช้งานของแต่ละคน
| หัวข้อเปรียบเทียบ | เกาหลีไม่อั้นเครือข่ายท้องถิ่น | เกาหลีไม่อั้นโรมมิ่ง |
|---|---|---|
| สายสัญญาณ | ต่อตรงเครือข่ายท้องถิ่นเกาหลี | วิ่งผ่านเกตเวย์ต่างประเทศ (สายโรมมิ่ง) |
| ประสบการณ์ความเร็ว | วิ่งบนเครือข่ายท้องถิ่น ไม่อั้นเต็มสปีด | ไม่จำกัดปริมาณ ความเร็วขึ้นกับเกตเวย์ |
| ความยากในการตั้งค่า | สแกน QR ติดตั้ง ตั้งค่าเสร็จใช้ได้เลย | เปิดใช้ไว ใช้ได้กับเครื่องหลากรุ่น |
| เหมาะกับใคร | ใช้หนัก นำทาง/อัปรูป/ดูคลิป อยากใช้เน็ตท้องถิ่นเกาหลี | ใช้เบา-กลาง เครื่องรุ่นเก่า งบจำกัด |
ใครเน้นเปิดแผนที่นำทางทั้งวันและอัปคลิปบ่อย น้องดาวว่าลอง แพ็กเกจเกาหลีไม่อั้นเครือข่ายท้องถิ่น ที่วิ่งสายท้องถิ่นต่อตรง ช่วงพีคค่อนข้างนิ่งกว่า ส่วนใครใช้งานเบา ๆ เครื่องรุ่นเก่าหรือเน้นประหยัด แพ็กเกจเกาหลีไม่อั้นโรมมิ่ง เปิดใช้ไวและรองรับเครื่องได้กว้าง ก็เป็นทางเลือกที่โอเค อยากเทียบราคากับโซนอื่นก่อนตัดสินใจ แวะดู แพ็กเกจ eSIM เกาหลีทั้งหมด ได้เลย หรือถ้าอยากเข้าใจลึกว่าสาย SKT, KT, LGU+ ต่างกันยังไง อ่าน วิธีเลือกสายเครือข่ายในเกาหลี SKT, KT, LGU+ ประกอบได้
ทั้งสองแบบไม่จำกัดปริมาณตลอดทริปเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะสายไหนก็ไม่มีใครการันตีความเร็วเต็ม 100% หรือไม่มีจุดอับสัญญาณในที่ห่างไกลได้ เลือกตามพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองเป็นหลัก
จองเน็ตให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง แล้วค่อยไปลุย Jeju แบบสบายใจ
สรุปก่อนปิดท้าย: จัด KR Pass หรือบัตร T-money กับ eSIM ให้เสร็จตั้งแต่อยู่ที่ไทย พอเครื่องลงจอด Incheon หรือ Gimpo เปิดเครื่องปุ๊บก็เช็กรถไฟใต้ดิน เช็กตาราง KTX และเปิดแผนที่นำทางได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวซื้อซิมที่สนามบินหรือมานั่งหาไวไฟ พอเรื่องเน็ตจบตั้งแต่ต้น ที่เหลือก็แค่ออกไปวน Jeju ให้ครบรอบตามแพลนที่วางไว้